ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2562 เวลา 16:57 น.
เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ สำหรับคนที่ยื่นเรื่องขอลดหย่อนภาษีมาหลายครั้งอาจจะรู้สึกคุ้นเคยและรู้เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตกันอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในเรื่องของภาษีอาจจะยังไม่ทราบเงื่อนไขในการขอลดหย่อนมากนัก บทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆเข้าใจเรื่องของการลดหย่อนภาษีมากขึ้นค่ะ
อีกไม่กี่เดือนแล้วที่การลดหย่อนภาษีก็จะหมดเวลาในการยื่นเรื่องขอลดหย่อน สำหรับใครที่ต้องยื่นเป็นครั้งแรก แล้วสงสัยว่า การทำประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้ไหม วันนี้เรามาหาคำตอบกันค่ะ
การลดหย่อนภาษีคืออะไร
การหักลดหย่อน หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่า เงินได้สุทธิ ไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ
หลายๆคนอาจจะเคยคิดว่า การที่เราทำประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันอะไรก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งนั้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นั้นมีเพียงแค่ ประกันชีวิต เท่านั้น ซึ่งประกันชีวิตนี้ก็ แยกออกด้วยกัน 2 แบบ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ตามที่กรมสรรพากรระบุไว้ คือ
ค่าเบี้ยประกันชีวิต
1.) ค่าเบี้ยประกันชีวิต สามารถ หักลดหย่อนและยกเว้นได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และของ คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท (ค่าเบี้ยประกันชีวิตต้อง มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ) และผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ค่าเบี้ยประกันความคุ้มครองอื่น เช่น คุ้มครองสุขภาพ หรือคุ้มครองอุบัติเหตุไม่สามารถหักลดหย่อนได้
2.) ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถหักลดหย่อนได้ในอัตราร้อยละ 15 ของรายได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (เป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ) ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้ อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปีหรือกว่านั้น เมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ + เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน + เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ + เงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้อง ไม่เกิน 500,000 บาท)
ซึ่งถ้าจะให้พูดอธิบายง่ายๆก็คือ สิ่งที่นำมาลดหย่อนนั้นคือ ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่เราทำนั่นเอง และสำหรับใครที่สงสัย ค่าเบี้ยประกัน คือ จํานวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชําระ ให้แก่ผู้รับประกันภัยตามสัญญา เพื่อที่จะได้รับเงินผลประโยชน์ หรือค่าสินไหมทดแทน เมื่อตนเสียชีวิต หรือเมื่อได้รับความเสียหายตามชนิดของภัยที่ได้เอาประกันไว้ นั่นเอง
ประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
เมืองไทย Super Saving 14/7
เมืองไทย รับทรัพย์ตลอดชีพ
เมืองไทย Smile Retirement
กรุงไทย-แอกซ่า iProtect S
กรุงไทย-แอกซ่า iGen
หรือถ้าหากท่านใดไม่แน่ใจว่าประกันชีวิตของท่านที่ทำมานั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ท่านสามารถโทรไปถามกับทางบริษัทประกันได้โดยตรงเลยว่า ประกันชีวิตของท่านนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม แล้วลดหย่อนภาษีแบบไหน
ทำประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี คุ้มมั้ย??
ถ้าจะว่ากันตามจริงหากจุดประสงค์ของการทำประกันชีวิตเพียงแค่นำมาเพื่อลดหย่อนภาษีนั้น เราขอบอกเลยว่า ไม่คุ้มค่ะ เพราะ ค่าเบี้ยประกันที่เราเสียไปบางทีอาจจะมากว่าจำนวนที่เราจะได้จากการลดหย่อนภาษีในบางกรณี (ต้องขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ประกันที่บริษัทได้ระบุไว้)
แต่หาก จุดประสงค์ในการทำประกันชีวิต ของคุณ เป็นการทำเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต จะคุ้มค่าและตรงกับความต้องการของคุณมากกว่า นั่นเพราะ การซื้อประกันชีวิตเป็นการซื้อเพื่อปกป้องคุ้มครอง ไม่ใช่การซื้อประกันเพื่อออมเงิน หรือลดภาระของภาษี นั่นเองค่ะ
แต่ถ้าคุณอยากจะออมเงินเราแนะนำให้คุณไปลอง ลงทุนในหุ้นหรือลงทุนในกองทุนรวม ดูจะสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า ซึ่งสำหรับการลงทุนนั้นก็ต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนที่จะลงทุน เนื่องจากทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง
สิ่งสุดท้ายที่เราอยากจะฝากให้กับทุกๆคนก็คือ สำหรับ ผู้ที่ทำประกันชีวิตไว้อยู่แล้ว ก่อนที่ท่านจะนำไปยื่นภาษีอย่าลืมศึกษารายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน ตรวจเช็คให้ละเอียดว่า ท่านดูครบแล้วหรือยัง ว่าท่านสามารถนำอะไรไปลดหย่อนได้อีกบ้าง ที่นอกเหนือจากประกันชีวิต เพราะสิ่งที่ลดหย่อนได้นั้นมีเยอะแยะรายละเอียดหยิบย่อยมากมายเลยทีเดียว เราต้องใช้สิทธิทุกอย่างกันให้คุ้มค่า
ส่วนท่านที่ไม่ได้ทำประกันชีวิต ถ้าหากท่านอยากจะทำประกันเพื่อแค่จะนำไปลดหย่อนภาษีเพิ่มจากอย่างอื่นที่ท่านสามารถนำไปลดหย่อนได้ เราอยากให้ศึกษารายละเอียดการทำประกันชีวิตดีๆก่อนที่จะตัดสินใจทำเพราะบางทีค่าเบี้ยประกันก็ไม่ได้ถูกอย่างที่เราคิดไว้และค่าลดหย่อนก็ไม่ได้มากเท่าที่คิดเลย
ดังนั้นอยากให้ทุกคนตรวจสอบสิ่งต่างๆอย่างละเอียดรอบคอบเพราะการลดหย่อนภาษีนั้นมีรายละเอียดเยอะมากจริงๆค่ะ และทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของทางบริษัทประกันทางที่ดีควรปรึกษากับทางบริษัทให้แน่ใจก่อนเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
หมวดหมู่ประกัน
สนใจแบบประกัน
สนใจประกัน และต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
แนะนำแบบประกัน
ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2562 เวลา 16:57 น.
เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ สำหรับคนที่ยื่นเรื่องขอลดหย่อนภาษีมาหลายครั้งอาจจะรู้สึกคุ้นเคยและรู้เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตกันอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในเรื่องของภาษีอาจจะยังไม่ทราบเงื่อนไขในการขอลดหย่อนมากนัก บทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆเข้าใจเรื่องของการลดหย่อนภาษีมากขึ้นค่ะ
อีกไม่กี่เดือนแล้วที่การลดหย่อนภาษีก็จะหมดเวลาในการยื่นเรื่องขอลดหย่อน สำหรับใครที่ต้องยื่นเป็นครั้งแรก แล้วสงสัยว่า การทำประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้ไหม วันนี้เรามาหาคำตอบกันค่ะ
การลดหย่อนภาษีคืออะไร
การหักลดหย่อน หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่า เงินได้สุทธิ ไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ
หลายๆคนอาจจะเคยคิดว่า การที่เราทำประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันอะไรก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งนั้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นั้นมีเพียงแค่ ประกันชีวิต เท่านั้น ซึ่งประกันชีวิตนี้ก็ แยกออกด้วยกัน 2 แบบ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ตามที่กรมสรรพากรระบุไว้ คือ
ค่าเบี้ยประกันชีวิต
1.) ค่าเบี้ยประกันชีวิต สามารถ หักลดหย่อนและยกเว้นได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และของ คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท (ค่าเบี้ยประกันชีวิตต้อง มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ) และผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ค่าเบี้ยประกันความคุ้มครองอื่น เช่น คุ้มครองสุขภาพ หรือคุ้มครองอุบัติเหตุไม่สามารถหักลดหย่อนได้
2.) ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถหักลดหย่อนได้ในอัตราร้อยละ 15 ของรายได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (เป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ) ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้ อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปีหรือกว่านั้น เมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ + เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน + เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ + เงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้อง ไม่เกิน 500,000 บาท)
ซึ่งถ้าจะให้พูดอธิบายง่ายๆก็คือ สิ่งที่นำมาลดหย่อนนั้นคือ ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่เราทำนั่นเอง และสำหรับใครที่สงสัย ค่าเบี้ยประกัน คือ จํานวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชําระ ให้แก่ผู้รับประกันภัยตามสัญญา เพื่อที่จะได้รับเงินผลประโยชน์ หรือค่าสินไหมทดแทน เมื่อตนเสียชีวิต หรือเมื่อได้รับความเสียหายตามชนิดของภัยที่ได้เอาประกันไว้ นั่นเอง
ประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
เมืองไทย Super Saving 14/7
เมืองไทย รับทรัพย์ตลอดชีพ
เมืองไทย Smile Retirement
กรุงไทย-แอกซ่า iProtect S
กรุงไทย-แอกซ่า iGen
หรือถ้าหากท่านใดไม่แน่ใจว่าประกันชีวิตของท่านที่ทำมานั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ท่านสามารถโทรไปถามกับทางบริษัทประกันได้โดยตรงเลยว่า ประกันชีวิตของท่านนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม แล้วลดหย่อนภาษีแบบไหน
ทำประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี คุ้มมั้ย??
ถ้าจะว่ากันตามจริงหากจุดประสงค์ของการทำประกันชีวิตเพียงแค่นำมาเพื่อลดหย่อนภาษีนั้น เราขอบอกเลยว่า ไม่คุ้มค่ะ เพราะ ค่าเบี้ยประกันที่เราเสียไปบางทีอาจจะมากว่าจำนวนที่เราจะได้จากการลดหย่อนภาษีในบางกรณี (ต้องขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ประกันที่บริษัทได้ระบุไว้)
แต่หาก จุดประสงค์ในการทำประกันชีวิต ของคุณ เป็นการทำเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต จะคุ้มค่าและตรงกับความต้องการของคุณมากกว่า นั่นเพราะ การซื้อประกันชีวิตเป็นการซื้อเพื่อปกป้องคุ้มครอง ไม่ใช่การซื้อประกันเพื่อออมเงิน หรือลดภาระของภาษี นั่นเองค่ะ
แต่ถ้าคุณอยากจะออมเงินเราแนะนำให้คุณไปลอง ลงทุนในหุ้นหรือลงทุนในกองทุนรวม ดูจะสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า ซึ่งสำหรับการลงทุนนั้นก็ต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนที่จะลงทุน เนื่องจากทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง
สิ่งสุดท้ายที่เราอยากจะฝากให้กับทุกๆคนก็คือ สำหรับ ผู้ที่ทำประกันชีวิตไว้อยู่แล้ว ก่อนที่ท่านจะนำไปยื่นภาษีอย่าลืมศึกษารายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน ตรวจเช็คให้ละเอียดว่า ท่านดูครบแล้วหรือยัง ว่าท่านสามารถนำอะไรไปลดหย่อนได้อีกบ้าง ที่นอกเหนือจากประกันชีวิต เพราะสิ่งที่ลดหย่อนได้นั้นมีเยอะแยะรายละเอียดหยิบย่อยมากมายเลยทีเดียว เราต้องใช้สิทธิทุกอย่างกันให้คุ้มค่า
ส่วนท่านที่ไม่ได้ทำประกันชีวิต ถ้าหากท่านอยากจะทำประกันเพื่อแค่จะนำไปลดหย่อนภาษีเพิ่มจากอย่างอื่นที่ท่านสามารถนำไปลดหย่อนได้ เราอยากให้ศึกษารายละเอียดการทำประกันชีวิตดีๆก่อนที่จะตัดสินใจทำเพราะบางทีค่าเบี้ยประกันก็ไม่ได้ถูกอย่างที่เราคิดไว้และค่าลดหย่อนก็ไม่ได้มากเท่าที่คิดเลย
ดังนั้นอยากให้ทุกคนตรวจสอบสิ่งต่างๆอย่างละเอียดรอบคอบเพราะการลดหย่อนภาษีนั้นมีรายละเอียดเยอะมากจริงๆค่ะ และทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของทางบริษัทประกันทางที่ดีควรปรึกษากับทางบริษัทให้แน่ใจก่อนเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
กิจกรรมและข่าวสาร
ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2562 เวลา 16:57 น.
เราอาจจะเคยได้ยินกันมาหนาหูว่า การทำประกันชีวิต สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ สำหรับคนที่ยื่นเรื่องขอลดหย่อนภาษีมาหลายครั้งอาจจะรู้สึกคุ้นเคยและรู้เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตกันอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในเรื่องของภาษีอาจจะยังไม่ทราบเงื่อนไขในการขอลดหย่อนมากนัก บทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆเข้าใจเรื่องของการลดหย่อนภาษีมากขึ้นค่ะ
อีกไม่กี่เดือนแล้วที่การลดหย่อนภาษีก็จะหมดเวลาในการยื่นเรื่องขอลดหย่อน สำหรับใครที่ต้องยื่นเป็นครั้งแรก แล้วสงสัยว่า การทำประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้ไหม วันนี้เรามาหาคำตอบกันค่ะ
การลดหย่อนภาษีคืออะไร
การหักลดหย่อน หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่า เงินได้สุทธิ ไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ
หลายๆคนอาจจะเคยคิดว่า การที่เราทำประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันอะไรก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งนั้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นั้นมีเพียงแค่ ประกันชีวิต เท่านั้น ซึ่งประกันชีวิตนี้ก็ แยกออกด้วยกัน 2 แบบ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ตามที่กรมสรรพากรระบุไว้ คือ
ค่าเบี้ยประกันชีวิต
1.) ค่าเบี้ยประกันชีวิต สามารถ หักลดหย่อนและยกเว้นได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และของ คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท (ค่าเบี้ยประกันชีวิตต้อง มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ) และผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ค่าเบี้ยประกันความคุ้มครองอื่น เช่น คุ้มครองสุขภาพ หรือคุ้มครองอุบัติเหตุไม่สามารถหักลดหย่อนได้
2.) ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถหักลดหย่อนได้ในอัตราร้อยละ 15 ของรายได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (เป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ) ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้ อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปีหรือกว่านั้น เมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ + เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน + เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ + เงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้อง ไม่เกิน 500,000 บาท)
ซึ่งถ้าจะให้พูดอธิบายง่ายๆก็คือ สิ่งที่นำมาลดหย่อนนั้นคือ ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่เราทำนั่นเอง และสำหรับใครที่สงสัย ค่าเบี้ยประกัน คือ จํานวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชําระ ให้แก่ผู้รับประกันภัยตามสัญญา เพื่อที่จะได้รับเงินผลประโยชน์ หรือค่าสินไหมทดแทน เมื่อตนเสียชีวิต หรือเมื่อได้รับความเสียหายตามชนิดของภัยที่ได้เอาประกันไว้ นั่นเอง
ประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
เมืองไทย Super Saving 14/7
เมืองไทย รับทรัพย์ตลอดชีพ
เมืองไทย Smile Retirement
กรุงไทย-แอกซ่า iProtect S
กรุงไทย-แอกซ่า iGen
หรือถ้าหากท่านใดไม่แน่ใจว่าประกันชีวิตของท่านที่ทำมานั้นสามารถลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ท่านสามารถโทรไปถามกับทางบริษัทประกันได้โดยตรงเลยว่า ประกันชีวิตของท่านนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม แล้วลดหย่อนภาษีแบบไหน
ทำประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี คุ้มมั้ย??
ถ้าจะว่ากันตามจริงหากจุดประสงค์ของการทำประกันชีวิตเพียงแค่นำมาเพื่อลดหย่อนภาษีนั้น เราขอบอกเลยว่า ไม่คุ้มค่ะ เพราะ ค่าเบี้ยประกันที่เราเสียไปบางทีอาจจะมากว่าจำนวนที่เราจะได้จากการลดหย่อนภาษีในบางกรณี (ต้องขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ประกันที่บริษัทได้ระบุไว้)
แต่หาก จุดประสงค์ในการทำประกันชีวิต ของคุณ เป็นการทำเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต จะคุ้มค่าและตรงกับความต้องการของคุณมากกว่า นั่นเพราะ การซื้อประกันชีวิตเป็นการซื้อเพื่อปกป้องคุ้มครอง ไม่ใช่การซื้อประกันเพื่อออมเงิน หรือลดภาระของภาษี นั่นเองค่ะ
แต่ถ้าคุณอยากจะออมเงินเราแนะนำให้คุณไปลอง ลงทุนในหุ้นหรือลงทุนในกองทุนรวม ดูจะสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า ซึ่งสำหรับการลงทุนนั้นก็ต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนที่จะลงทุน เนื่องจากทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง
สิ่งสุดท้ายที่เราอยากจะฝากให้กับทุกๆคนก็คือ สำหรับ ผู้ที่ทำประกันชีวิตไว้อยู่แล้ว ก่อนที่ท่านจะนำไปยื่นภาษีอย่าลืมศึกษารายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน ตรวจเช็คให้ละเอียดว่า ท่านดูครบแล้วหรือยัง ว่าท่านสามารถนำอะไรไปลดหย่อนได้อีกบ้าง ที่นอกเหนือจากประกันชีวิต เพราะสิ่งที่ลดหย่อนได้นั้นมีเยอะแยะรายละเอียดหยิบย่อยมากมายเลยทีเดียว เราต้องใช้สิทธิทุกอย่างกันให้คุ้มค่า
ส่วนท่านที่ไม่ได้ทำประกันชีวิต ถ้าหากท่านอยากจะทำประกันเพื่อแค่จะนำไปลดหย่อนภาษีเพิ่มจากอย่างอื่นที่ท่านสามารถนำไปลดหย่อนได้ เราอยากให้ศึกษารายละเอียดการทำประกันชีวิตดีๆก่อนที่จะตัดสินใจทำเพราะบางทีค่าเบี้ยประกันก็ไม่ได้ถูกอย่างที่เราคิดไว้และค่าลดหย่อนก็ไม่ได้มากเท่าที่คิดเลย
ดังนั้นอยากให้ทุกคนตรวจสอบสิ่งต่างๆอย่างละเอียดรอบคอบเพราะการลดหย่อนภาษีนั้นมีรายละเอียดเยอะมากจริงๆค่ะ และทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ของทางบริษัทประกันทางที่ดีควรปรึกษากับทางบริษัทให้แน่ใจก่อนเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง