เหตุผลดีๆที่เราควรทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2562 เวลา 16:57 น.
เพราะสภาวะในปัจจุบันทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจเรื่องของการวางแผนการเงินกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่นการซื้อกองทุน พันธบัตรรัฐบาล หรือแม้แต่การทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ก็ถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในวิธีวางแผนทางการเงินเช่นกัน และหากคุณกำลังสงสัยว่าประกันชีวิตสะสมทรัพย์นั้นช่วยเราวางแผนทางการเงินได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คืออะไร?
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คือประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองชีวิต และช่วยคุณออมเงินไปในตัว ส่วนมากบริษัทประกันจะจ่ายเงินเอาประกันเป็นก้อนใหญ่ หรือเป็นงวดๆ ตามสัญญาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งการจ่ายเงินเอาประกันนี้จะเป็นการจ่ายก็ต่อเมื่อ
1.ครบกำหนดอายุสัญญาในแต่ละปี เงินส่วนนี้จะมาในรูปแบบ “เงินคืนระหว่างสัญญา”
2.เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต (ไม่รวมกรณีป่วย หรือทุพพลภาพ) เงินในส่วนนี้จะมาในรูปแบบของ “เงินเอาประกัน”
3.เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาเอาประกัน ในกรณีที่ผู้เอาประกันยังไม่เสียชีวิต เงินส่วนนี้จะมาในรูปแบบของ “เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา”
ส่วนใหญ่เงินที่ผู้เอาประกันจะได้รับจะเท่ากับผลรวมของเบี้ยประกันทั้งหมดที่จ่าย + ผลตอบแทนจำนวนหนึ่ง (เงินคืนระหว่างสัญญา ตั้งแต่ 2-4%) และจะมีระยะเวลาการคุ้มครองที่ยาวนานกว่าประกันชีวิตรูปแบบอื่น
ซึ่ง ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีอายุกรมธรรม์ตั้งแต่ 5-10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะบริษัทประกันหลายแห่ง ได้มีการให้บริการประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะสั้นกันบ้างแล้ว นั่นหมายความว่า คุณสามารถเลือกระยะเวลาความคุ้มครองได้ด้วยตัวเองค่ะ
**ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะสั้น คือ กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอายุสั้นและได้ผลตอบแทน เร็วกว่าประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว**
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คืออะไร?
1.ได้ความคุ้มครองชีวิตและลดภาระให้ครอบครัว
เพราะการทำประกัน คือ การถ่ายโอนความเสี่ยงในด้านต่างๆส่วนหนึ่งไปยังบริษัทประกัน ซึ่งประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชย ตามจำนวนเงินเอาประกันที่คุณทำไว้
นั่นหมายความว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ผู้เอาประกันหรือครอบครัวของผู้เอาประกันจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีบริษัทประกันเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ร่วมด้วย คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า หากคุณเป็นอะไรไปครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะมีเงินทุนสำรองไว้ใช้นั่นเอง
2.ได้ผลประโยชน์ตอบแทนชัดเจน
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นผลตอบแทนแบบคงที่ คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ผลตอบแทนของคุณก็ยังเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นเองค่ะ
3.ไม่ต้องเสียภาษีจากผลตอบแทนที่ได้รับ
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเงินคืนระหว่างสัญญา หรือ เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณได้รับเต็มๆ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15%
นั่นหมายความว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต่างจากการนำเงินไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฝากประจำกับธนาคาร ที่เมื่อครบกำหนดและเมื่อได้รับดอกเบี้ยคุณจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นั่นเองค่ะ
เพราะการทำประกัน คือ การถ่ายโอนความเสี่ยงในด้านต่างๆส่วนหนึ่งไปยังบริษัทประกัน ซึ่งประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชย ตามจำนวนเงินเอาประกันที่คุณทำไว้
นั่นหมายความว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ผู้เอาประกันหรือครอบครัวของผู้เอาประกันจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีบริษัทประกันเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ร่วมด้วย คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า หากคุณเป็นอะไรไปครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะมีเงินทุนสำรองไว้ใช้นั่นเอง
2.ได้ผลประโยชน์ตอบแทนชัดเจน
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นผลตอบแทนแบบคงที่ คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ผลตอบแทนของคุณก็ยังเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นเองค่ะ
3.ไม่ต้องเสียภาษีจากผลตอบแทนที่ได้รับ
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเงินคืนระหว่างสัญญา หรือ เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณได้รับเต็มๆ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15%
นั่นหมายความว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต่างจากการนำเงินไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฝากประจำกับธนาคาร ที่เมื่อครบกำหนดและเมื่อได้รับดอกเบี้ยคุณจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นั่นเองค่ะ
4.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษีได้
หลายคนน่าจะได้ยินจนคุ้นหูมากแล้วกับประโยคที่ว่า ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้ ซึ่งคุณสามารถลดหย่อนภาษีได้จริงๆ เพียงแต่ว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะต้องมีอายุกรมธรรม์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนปีที่คุณชำระเบี้ยประกันชีวิตนั่นเองค่ะ
5.ฝึกวินัยในการออม
การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเบี้ยประกันทุกๆเดือน หรือ ทุกๆ 3เดือน / ทุกๆ 6 เดือน หรือรายปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทประกันมีข้อกำหนดอย่างไร ซึ่งประโยชน์ของจ่ายเบี้ยประกันในรูปแบบนี้จะทำให้คุณมีวินัยในการออมเงินมากขึ้น นั่นเองค่ะ
6.มีเงินไว้ใช้ในอนาคต
อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะมีเงินคืนระหว่างสัญญาและเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา ดังนั้น เมื่อผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจะมากกว่าค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไปอย่างแน่นอน คุณจึงสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ลงทุนเพิ่มเติมหรือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้
ที่กล่าวมาข้างต้นคือ ข้อดีบางส่วนของการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เท่านั้น แต่การตัดสินใจทำประกันชีวิตคุณควรเลือกความต้องการของตัวเองเป็นหลัก และเนื่องจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์อาจจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับผลตอบแทน หากคุณต้องการผลตอบแทนที่สูง เราแนะนำให้คุณเลือกลงทุนในรูปแบบอื่นจะดีกว่าค่ะ
หมวดหมู่ประกัน
สนใจแบบประกัน
สนใจประกัน และต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
แนะนำแบบประกัน
เหตุผลดีๆที่เราควรทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2562 เวลา 16:57 น.
เพราะสภาวะในปัจจุบันทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจเรื่องของการวางแผนการเงินกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่นการซื้อกองทุน พันธบัตรรัฐบาล หรือแม้แต่การทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ก็ถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในวิธีวางแผนทางการเงินเช่นกัน และหากคุณกำลังสงสัยว่าประกันชีวิตสะสมทรัพย์นั้นช่วยเราวางแผนทางการเงินได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คืออะไร?
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คือประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองชีวิต และช่วยคุณออมเงินไปในตัว ส่วนมากบริษัทประกันจะจ่ายเงินเอาประกันเป็นก้อนใหญ่ หรือเป็นงวดๆ ตามสัญญาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งการจ่ายเงินเอาประกันนี้จะเป็นการจ่ายก็ต่อเมื่อ
1.ครบกำหนดอายุสัญญาในแต่ละปี เงินส่วนนี้จะมาในรูปแบบ “เงินคืนระหว่างสัญญา”
2.เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต (ไม่รวมกรณีป่วย หรือทุพพลภาพ) เงินในส่วนนี้จะมาในรูปแบบของ “เงินเอาประกัน”
3.เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาเอาประกัน ในกรณีที่ผู้เอาประกันยังไม่เสียชีวิต เงินส่วนนี้จะมาในรูปแบบของ “เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา”
ส่วนใหญ่เงินที่ผู้เอาประกันจะได้รับจะเท่ากับผลรวมของเบี้ยประกันทั้งหมดที่จ่าย + ผลตอบแทนจำนวนหนึ่ง (เงินคืนระหว่างสัญญา ตั้งแต่ 2-4%) และจะมีระยะเวลาการคุ้มครองที่ยาวนานกว่าประกันชีวิตรูปแบบอื่น
ซึ่ง ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีอายุกรมธรรม์ตั้งแต่ 5-10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะบริษัทประกันหลายแห่ง ได้มีการให้บริการประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะสั้นกันบ้างแล้ว นั่นหมายความว่า คุณสามารถเลือกระยะเวลาความคุ้มครองได้ด้วยตัวเองค่ะ
**ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะสั้น คือ กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอายุสั้นและได้ผลตอบแทน เร็วกว่าประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว**
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คืออะไร?
1.ได้ความคุ้มครองชีวิตและลดภาระให้ครอบครัว
เพราะการทำประกัน คือ การถ่ายโอนความเสี่ยงในด้านต่างๆส่วนหนึ่งไปยังบริษัทประกัน ซึ่งประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชย ตามจำนวนเงินเอาประกันที่คุณทำไว้
นั่นหมายความว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ผู้เอาประกันหรือครอบครัวของผู้เอาประกันจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีบริษัทประกันเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ร่วมด้วย คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า หากคุณเป็นอะไรไปครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะมีเงินทุนสำรองไว้ใช้นั่นเอง
2.ได้ผลประโยชน์ตอบแทนชัดเจน
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นผลตอบแทนแบบคงที่ คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ผลตอบแทนของคุณก็ยังเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นเองค่ะ
3.ไม่ต้องเสียภาษีจากผลตอบแทนที่ได้รับ
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเงินคืนระหว่างสัญญา หรือ เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณได้รับเต็มๆ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15%
นั่นหมายความว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต่างจากการนำเงินไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฝากประจำกับธนาคาร ที่เมื่อครบกำหนดและเมื่อได้รับดอกเบี้ยคุณจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นั่นเองค่ะ
เพราะการทำประกัน คือ การถ่ายโอนความเสี่ยงในด้านต่างๆส่วนหนึ่งไปยังบริษัทประกัน ซึ่งประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชย ตามจำนวนเงินเอาประกันที่คุณทำไว้
นั่นหมายความว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ผู้เอาประกันหรือครอบครัวของผู้เอาประกันจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีบริษัทประกันเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ร่วมด้วย คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า หากคุณเป็นอะไรไปครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะมีเงินทุนสำรองไว้ใช้นั่นเอง
2.ได้ผลประโยชน์ตอบแทนชัดเจน
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นผลตอบแทนแบบคงที่ คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ผลตอบแทนของคุณก็ยังเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นเองค่ะ
3.ไม่ต้องเสียภาษีจากผลตอบแทนที่ได้รับ
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเงินคืนระหว่างสัญญา หรือ เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณได้รับเต็มๆ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15%
นั่นหมายความว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต่างจากการนำเงินไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฝากประจำกับธนาคาร ที่เมื่อครบกำหนดและเมื่อได้รับดอกเบี้ยคุณจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นั่นเองค่ะ
4.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษีได้
หลายคนน่าจะได้ยินจนคุ้นหูมากแล้วกับประโยคที่ว่า ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้ ซึ่งคุณสามารถลดหย่อนภาษีได้จริงๆ เพียงแต่ว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะต้องมีอายุกรมธรรม์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนปีที่คุณชำระเบี้ยประกันชีวิตนั่นเองค่ะ
5.ฝึกวินัยในการออม
การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเบี้ยประกันทุกๆเดือน หรือ ทุกๆ 3เดือน / ทุกๆ 6 เดือน หรือรายปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทประกันมีข้อกำหนดอย่างไร ซึ่งประโยชน์ของจ่ายเบี้ยประกันในรูปแบบนี้จะทำให้คุณมีวินัยในการออมเงินมากขึ้น นั่นเองค่ะ
6.มีเงินไว้ใช้ในอนาคต
อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะมีเงินคืนระหว่างสัญญาและเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา ดังนั้น เมื่อผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจะมากกว่าค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไปอย่างแน่นอน คุณจึงสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ลงทุนเพิ่มเติมหรือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้
ที่กล่าวมาข้างต้นคือ ข้อดีบางส่วนของการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เท่านั้น แต่การตัดสินใจทำประกันชีวิตคุณควรเลือกความต้องการของตัวเองเป็นหลัก และเนื่องจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์อาจจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับผลตอบแทน หากคุณต้องการผลตอบแทนที่สูง เราแนะนำให้คุณเลือกลงทุนในรูปแบบอื่นจะดีกว่าค่ะ
กิจกรรมและข่าวสาร
เหตุผลดีๆที่เราควรทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2562 เวลา 16:57 น.
เพราะสภาวะในปัจจุบันทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจเรื่องของการวางแผนการเงินกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่นการซื้อกองทุน พันธบัตรรัฐบาล หรือแม้แต่การทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ก็ถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในวิธีวางแผนทางการเงินเช่นกัน และหากคุณกำลังสงสัยว่าประกันชีวิตสะสมทรัพย์นั้นช่วยเราวางแผนทางการเงินได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คืออะไร?
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คือประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองชีวิต และช่วยคุณออมเงินไปในตัว ส่วนมากบริษัทประกันจะจ่ายเงินเอาประกันเป็นก้อนใหญ่ หรือเป็นงวดๆ ตามสัญญาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งการจ่ายเงินเอาประกันนี้จะเป็นการจ่ายก็ต่อเมื่อ
1.ครบกำหนดอายุสัญญาในแต่ละปี เงินส่วนนี้จะมาในรูปแบบ “เงินคืนระหว่างสัญญา”
2.เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต (ไม่รวมกรณีป่วย หรือทุพพลภาพ) เงินในส่วนนี้จะมาในรูปแบบของ “เงินเอาประกัน”
3.เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาเอาประกัน ในกรณีที่ผู้เอาประกันยังไม่เสียชีวิต เงินส่วนนี้จะมาในรูปแบบของ “เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา”
ส่วนใหญ่เงินที่ผู้เอาประกันจะได้รับจะเท่ากับผลรวมของเบี้ยประกันทั้งหมดที่จ่าย + ผลตอบแทนจำนวนหนึ่ง (เงินคืนระหว่างสัญญา ตั้งแต่ 2-4%) และจะมีระยะเวลาการคุ้มครองที่ยาวนานกว่าประกันชีวิตรูปแบบอื่น
ซึ่ง ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีอายุกรมธรรม์ตั้งแต่ 5-10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะบริษัทประกันหลายแห่ง ได้มีการให้บริการประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะสั้นกันบ้างแล้ว นั่นหมายความว่า คุณสามารถเลือกระยะเวลาความคุ้มครองได้ด้วยตัวเองค่ะ
**ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะสั้น คือ กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอายุสั้นและได้ผลตอบแทน เร็วกว่าประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว**
ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ คืออะไร?
1.ได้ความคุ้มครองชีวิตและลดภาระให้ครอบครัว
เพราะการทำประกัน คือ การถ่ายโอนความเสี่ยงในด้านต่างๆส่วนหนึ่งไปยังบริษัทประกัน ซึ่งประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชย ตามจำนวนเงินเอาประกันที่คุณทำไว้
นั่นหมายความว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ผู้เอาประกันหรือครอบครัวของผู้เอาประกันจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีบริษัทประกันเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ร่วมด้วย คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า หากคุณเป็นอะไรไปครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะมีเงินทุนสำรองไว้ใช้นั่นเอง
2.ได้ผลประโยชน์ตอบแทนชัดเจน
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นผลตอบแทนแบบคงที่ คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ผลตอบแทนของคุณก็ยังเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นเองค่ะ
3.ไม่ต้องเสียภาษีจากผลตอบแทนที่ได้รับ
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเงินคืนระหว่างสัญญา หรือ เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณได้รับเต็มๆ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15%
นั่นหมายความว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต่างจากการนำเงินไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฝากประจำกับธนาคาร ที่เมื่อครบกำหนดและเมื่อได้รับดอกเบี้ยคุณจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นั่นเองค่ะ
เพราะการทำประกัน คือ การถ่ายโอนความเสี่ยงในด้านต่างๆส่วนหนึ่งไปยังบริษัทประกัน ซึ่งประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชย ตามจำนวนเงินเอาประกันที่คุณทำไว้
นั่นหมายความว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ผู้เอาประกันหรือครอบครัวของผู้เอาประกันจะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีบริษัทประกันเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ร่วมด้วย คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า หากคุณเป็นอะไรไปครอบครัวที่อยู่ข้างหลังจะมีเงินทุนสำรองไว้ใช้นั่นเอง
2.ได้ผลประโยชน์ตอบแทนชัดเจน
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นผลตอบแทนแบบคงที่ คุณจึงสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ผลตอบแทนของคุณก็ยังเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตั้งแต่แรกเริ่ม นั่นเองค่ะ
3.ไม่ต้องเสียภาษีจากผลตอบแทนที่ได้รับ
ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเงินคืนระหว่างสัญญา หรือ เงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณได้รับเต็มๆ โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15%
นั่นหมายความว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต่างจากการนำเงินไปลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฝากประจำกับธนาคาร ที่เมื่อครบกำหนดและเมื่อได้รับดอกเบี้ยคุณจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% นั่นเองค่ะ
4.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนภาษีได้
หลายคนน่าจะได้ยินจนคุ้นหูมากแล้วกับประโยคที่ว่า ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้ ซึ่งคุณสามารถลดหย่อนภาษีได้จริงๆ เพียงแต่ว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จะต้องมีอายุกรมธรรม์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ซึ่งสามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนปีที่คุณชำระเบี้ยประกันชีวิตนั่นเองค่ะ
5.ฝึกวินัยในการออม
การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเบี้ยประกันทุกๆเดือน หรือ ทุกๆ 3เดือน / ทุกๆ 6 เดือน หรือรายปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทประกันมีข้อกำหนดอย่างไร ซึ่งประโยชน์ของจ่ายเบี้ยประกันในรูปแบบนี้จะทำให้คุณมีวินัยในการออมเงินมากขึ้น นั่นเองค่ะ
6.มีเงินไว้ใช้ในอนาคต
อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะมีเงินคืนระหว่างสัญญาและเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา ดังนั้น เมื่อผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา ผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจะมากกว่าค่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไปอย่างแน่นอน คุณจึงสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ลงทุนเพิ่มเติมหรือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้
ที่กล่าวมาข้างต้นคือ ข้อดีบางส่วนของการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เท่านั้น แต่การตัดสินใจทำประกันชีวิตคุณควรเลือกความต้องการของตัวเองเป็นหลัก และเนื่องจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์อาจจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับผลตอบแทน หากคุณต้องการผลตอบแทนที่สูง เราแนะนำให้คุณเลือกลงทุนในรูปแบบอื่นจะดีกว่าค่ะ